|
การนิมนต์พระเทศน์
 
พระผู้เทศน์มหาชาติ ผู้จัดจะต้องเลือกนิมนต์พระนักเทศน์ที่มีความสามารถและความเชี่ยวชาญให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องและวิธีการเทศน์ของแต่ละกัณฑ์ กล่าวคือ
กัณฑ์แรก ได้แก่ กัณฑ์ทศพร มีวิธีการเทศน์แบบทำนองธรรมวัตร ใช้เสียง เนือย ๆ ในการเทศน์ มักนิยมนิมนต์พระผู้ใหญ่โดยเฉพาะเจ้าอาวาสของวัดที่จัดงานเทศน์นั้นเป็น
ผู้เทศน์ เป็นทำนองต้อนรับญาติโยมผู้มาฟังเทศน์มหาชาติที่วัดนั้นและคล้ายกับเป็นการเปิดงานไปด้วยในตัว
กัณฑ์หิมพานต์และกัณฑ์ทานกัณฑ์ ทั้งสองกัณฑ์มีทำนองคล้ายกันแต่กัณฑ์หิมพานต์จะกระด้างกว่าและไม่โอดครวญเท่ากัณฑ์ทานกัณฑ์ มักนิยมนิมนต์พระผู้ใหญ่เทศน์
ส่วนกัณฑ์ทานกัณฑ์จะต้องคัดเลือกพระผู้ใหญ่ที่มีความชำนาญในการเทศน์มาก เพราะในกัณฑ์นี้มีเสียงโอดครวญเพื่อสื่ออารมณ์ให้คนฟังเข้าใจ
กัณฑ์วนปเวสน์ มักเลือกพระหนุ่มหรือสามเณร เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นบทชมธรรมชาติ และยังมีตอนพบเจ้าชายเมืองเจตราฐด้วย
กัณฑ์ชูชก มักนิยมนิมนต์พระผู้ใหญ่ที่มีเสียงใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของชูชก ผู้ที่เทศน์กัณฑ์นี้ต้องมีความชำนาญในการเทศน์มาก เพราะท่วงทำนองมีลีลาและลูกเล่นมาก
กัณฑ์จุลพน และมหาพน จะนิมนต์พระผู้ใหญ่หรือพระหนุ่มก็ได้ เพราะถ้านิมนต์พระผู้ใหญ่ก็จะสอดคล้องกับเรื่องที่มีชูชกเป็นตัวสำคัญ แต่ถ้าเป็นพระหนุ่มก็เหมาะสมเพราะเป็นการบรรยายความงามของธรรมชาติ
กัณฑ์กุมาร นิยมนิมนต์พระหนุ่มหรือถ้าได้สามเณรน้อยก็ยิ่งดี เพื่อเป็นตัวแทนของพระชาลี และพระกัณหา
กัณฑ์มัทรี นิยมนิมนต์พระหนุ่มที่มีเสียงเล็ก หรือสามารถจัดเสียงให้ออกเป็นเสียงคล้ายผู้หญิงได้เพื่อเป็นตัวแทนของพระนางมัทรี
ส่วนกัณฑ์สักกบรรพ มหาราช ฉกษัตริย์ และนครกัณฑ์ จะเป็นพระผู้ใหญ่หรือพระหนุ่มสามเณรก็ได้
ปัจจุบันการนิมนต์พระเทศน์มหาชาติ มี 3 รูปแบบ คือ
รูปแบบที่ 1 เจ้าอาวาสเป็นผู้นิมนต์พระนักเทศน์เอง โดยที่ท่านจะใช้ความรู้จักหรือคุ้นเคยเป็นการส่วนตัว หรือนิมนต์ตามคำบอกเล่าของญาติโยมว่าพระรูปไหนเทศน์ดีท่านก็นิมนต์มาเทศน์ตามศรัทธาของญาติโยม
รูปแบบที่ 2 เจ้าอาวาสวัดมอบหมายให้พระผู้รับผิดชอบงานเทศน์มหาชาติของวัดเป็นผู้นิมนต์ หรือบางครั้งอาจจะมอบหมายให้พระนักเทศน์เป็นผู้นิมนต์
สมัยก่อน เขานิมนต์พระเทศน์มหาชาติในวัดที่เทศน์นั้นเอง จะมีนิมนต์พระเทศน์นอกวัดบ้างก็เฉพาะบางกัณฑ์ เช่น กัณฑ์ชูชก มหาพน กุมาร มัทรี มหาราช เท่านั้น แต่บางวัดก็ไม่นิมนต์พระเทศน์นอกวัดเลย ซึ่งต่างกับการนิมนต์พระเทศน์ในปัจจุบันอย่างมาก ในปัจจุบันส่วนมากมีเทศน์แบบประยุกต์ 3 ธรรมาสน์ การนิมนต์พระเทศน์มหาชาติก็นิมนต์กันแบบเป็นคณะ ครั้งละ 3 รูป นิมนต์คณะไหนท่านรูปนั้นก็รับผิดชอบเอาคณะของท่านมาเลย หรือถ้าเป็นการเทศน์แบบเรียงกัณฑ์ ซึ่งมีการจัดเทศน์มหาชาติแบบเรียงกัณฑ์นั้นน้อยมาก การนิมนต์พระเทศน์มหาชาติก็มีการนิมนต์พระกันอีกรูปแบบหนึ่ง โดยทางวัดจะนิมนต์พระเทศน์ที่ทางวัดรู้จักเพียงรูปเดียวนอกจากนั้น พระท่านก็จัดนิมนต์มาให้ครบทั้ง 13 รูปเลย บางครั้งวัดท่านก็มอบหมายให้ แต่บางครั้งพระท่านก็อาสานิมนต์ให้เอง อีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่น่ามีคือพระเทศน์มหาชาติวิ่งหางานเองทราบข่าวว่าวัดไหนมีเทศน์มหาชาติ ท่านก็ไปขอวัดเขาเทศน์หรือรับอาสาเทศน์หรือจัดให้เลย บางรูปถึงกับติดสินบนคนจัดกันเลยที่เดียว บางรูปถ้าใครนิมนต์ย่อมให้หักหัวคิว ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนให้วงการของพระนักเทศน์มหาชาติทำให้เทศน์มหาชาติตกต่ำและแย่ลง ตอนนี้มีมากด้วยพระเทศน์มหาชาติวิ่งหางานเพื่อนำมาใช่ในระบบต่างตอบแทน ทำให้คนดูถูกพระเทศน์มหาชาติว่าวิ่งหางานเหมือนลิเก
การมอบหมายให้พระนักเทศน์เป็นผู้นิมนต์กันเองกำลังเป็นปัญหาในปัจจุบัน พบว่า การมอบหมายให้พระนักเทศน์เป็นผู้นิมนต์นั้น มีการเลือกนิมนต์เฉพาะพวกพ้องของตน ไม่สนใจความสามารถในการเทศน์ พระเทศน์บางรูปถึงแม้จะมีประวัติเสียหายก็ยังได้รับการนิมนต์มาเทศน์ ส่วนพระที่มีความสามารถในการเทศน์กลับไม่นิมนต์เนื่องจากไม่ใช่พวกพ้อง หรือเมื่อจำเป็นต้องนิมนต์เนื่องจากเจ้าภาพสั่งก็ให้เทศน์ในกัณฑ์ที่ไม่ถนัด ปัญหานี้น่าจะเป็นกรณีศึกษาต่อไปในภายหน้า จึงนำมากล่าวไว้ ณ ที่นี้
รูปแบบที่ 3 เจ้าภาพกัณฑ์เทศน์มหาชาติเป็นผู้นิมนต์เอง หมายความว่า ผู้ที่รับเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์แต่ละกัณฑ์รู้จักกับพระนักเทศน์เป็นการส่วนตัว เมื่อรับเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์กัณฑ์ใดแล้ว ก็อาสาเจ้าอาวาสรับนิมนต์พระเทศน์ให้ด้วย ท่านเจ้าอาวาสก็ตามใจเพราะเป็นศรัทธาของโยมเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์

|