|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2010 เวลา 11:34 น. |
|
เสียงเทศน์
เนื้อหา
มาลัยแสน กัณฑ์ย่อยที่ ๕
เตน วุตฺตํ เหตุดั่งนั่น บั้นคาถาชื่นช้อย ฮ้อยเฮียมสร้อยสามานอาจารย์เจ้ากล่าวว่า โพธิสัตว์นั้นโสดพรรณช้อยโชติเฮืองใส ชื่อว่าเมตไตยลือเลิศบุญเกิดด้วยสมองค์ ปูเชสิ พระก็ย่อมือจบขาบไหว้พระแก่นไท้จุฬา โส ปติโต โครพมาบ่น้อยไหว้แล้วค่อยถอยมาหั้นแล สพฺเพ เทวา เทพดาทั้งหลายเหลือฟ้า ปูชิตา เครื่องอลังการพิเศษ บูชาพระเกษแก้วจุฬา ในทิสาทั้ง 8 พร้อม ไหว้อ่อนน้อมนบดี ถอยหลังหนีบ่อยู่ เพราะว่าข่วงแก้วกู่เจดีย์ ดุจดั่งพระจันทร์เพ็งเฮืองฮุง อันเสด็จขึ้นโสตตระการงามผายย่อง เฮืองแจ้งส่องสันใด คือดั่งอริยาเมตไตยงามล้ำเลิศ ถ้วนหน้าเทพะกัญญา มิคา ราชสีห์ตนองอาจอันเป็นพระยาแก่เนื้อทั้งหลาย กาวํ คืองัวอุสุภราช ตัวขนาดกว่าฝูงงัว ปกฺขี พระยาครุฑตัวองอาจ หมู่นกน้อยหยาดตามหลัง ดั่งเมตไตยงามควรคู่ท่ามกลางหมู่เทวดา ก็อุปมาดั่งนั้นแล ประการ 1 สุเมรุ อันว่าเขาสุเมรโนราช อันประดับประดาด้วยแก้วหยาดยายงาม 7 ประการที่ถ้อย ท่ามกลางหมู่เข้าน้อยทั้งหลาย จกฺกวตฺติ อันว่าพระยาตนองอาจงามขนาดกั่วคนทั้งหลาย ปริฉตฺโต อันว่าไม้ปริกชาติ ผิวพรุ่งเฮืองฮุ่งอยู่กลางไม้ทั้งหลาย โกกนุโท อันว่าดอกบัวชื่อว่าโกกระนุทบริสุทธิอยู่ท่ามกลางดอกบัวทั้งหลาย เวทุริโย อันว่าแก้วไพฑูรย์รัศมีสูรย์หลายหลากอยู่ท่ามกลางแก้วทั้งหลายแลมีฉันใด อคฺคิ อันว่าไฟลามไปทั่วป่าเฮืองฮุ่งอยู่กลางไม้ทั้งหลาย โกกนุโท อันว่าดอกบัวชื่อว่าโกกรนุทบริสุทธิอยู่ท่ามกลางดอกบัวทั้งหลาย เวทุริโย อันว่าแก้วไพฑูรย์รัศมีสูรย์หลายหลากอยู่ท่ามกลางแก้วทั้งหลาย แลมีฉันใด อคฺคิ อันว่าไฟลามไปทั่วป่าเฮืองฮุ่งอยู่จอมดอย อันว่าผิวคำพลอยมีมากดูหลากเหลือหลาย อันนั้นแลมีฉันใดอริยะเมตไตยรัศมีใสเฮืองฮุ่งข้ามพ้นพุ่งเทวดา ก็มีอุปมาดั่งนั้นแล เมตไตยตนท่านท้าว เสด็จขึ้นสู่ด้าวตุสิตา มีทั้งเทวดาไหลหลั่งตามหน้าแห่ตามกัน ทิพฺเพ เสวยปัญจกามคุณทิพเทศ นางฟ้าเสพเสวยฮม ยินดีชมชื่นหน้า ในชั้นฟ้าเหินนานก็มีแล
มหาเถโร เจ้านั้นโสดอันปราศจากโทษหลายประการ คือสงสารแสนโสดพยาธิโรคโรคา คือตัณหา การเบื้องบานบ่ฮู้กีฮ้อยหมู่หนามตาลหนามพิมานย่านเคลือเขาผ่านอยู่หว่างสงสาร แสนใบตาลปกอยู่บ่ฮู้กี่ฮ้อยหมู่งำตา คือมิจฉาทิฎฐิ 62 เศษฮ้ายเป็นค่ายหม่นหมองศรี คือราคะโทสะโมหะ บ่ฮู้ดีคลาดแคล้วตัดขาดแล้วในสันดาน ตนดูงามเลิศแล้วคือตนแก้วราชหงษ์ทองใสฮองๆทุกเทศอันพิเศษโสภาคือโลกิยะโลกุตตระคุณคามหลายภาคเบื้องบดบาปด้วยปฏิสัมภิทาญาณ เป็นประการพอแพร่ง คือห้องแห่งอรรถา ปฏิสัมภิทาญาณ แผ่นผญาฮู้องค์ 4 คือธรรมปฏิสัมภิทาฮู้ล้ำหยิ่งนานา คือนิรุตติปฏิสัมภิทาแม่นปัญญาเฉลียวฉลาดปฏิภาณปฏิสัมภิทา ฮู้สุขแลทุกข์แสนโศรกฮู้วิโยค 8 ประการคือรูปาวจารฌาณ อรูปวจรฌาณ แลประการทั้งมวลดีบ่ดีมีผงธุลีติดตีนหนขวาแลหนซ้าย ยามเมื่อยกยางย้ายลีลาคือว่าอิทธิบาท 4 ด้าน คือ ฉันทิทธิบาทปรารถนาใจจง จิตติทธิบาท เบี่ยงใจสับสาน วิริยิทธิบาท บ่ห่างฮ้ายฮามเพียร วิมังสิทธิบาทคือผญา เฮียนบ่ช้า อิทธิบาทเจ้าตามตน คือดั่ง 2 ปีกบินบนในอากาศดูลิลาศโฉมฉาย พลันเฮืองฮายแผ่ออก คือจตุตถญาณน้าวหน่วงฮุ่งเฮืองทุกแห่งหัวหงษ์งามดูดีอาจ ใสสะภาสโสภา คือวิชชา 3 ขนาด โอตริตฺวา เจ้าก็ยัวระยาดย้ายลีลา ลงจากตาวตึสาสวรรค์เทศ มาฮอดเขตชมพู เข้าไปดูมนุสสาโลกทั้งมวลมีบ่น้อย ฝูงบ้านน้อยบ้านใหญ่ราชธานีด้วยลีลาสาวก หาที่จักยกอุปมาบ่ได้นั้นแล เตน วุตฺตํ เหตุดั่งนั้นบั้นคาถาบุพพาจารย์เจ้ากล่าวว่า สาธโว ดูราสัปปุริสาทั้งหลาย ตทา ในกาละยามนั้น บั้นเทพมาลัย ปราสัยสวนเสียงสั่ง เถิงอินทาธิเจ้าฟ้านั่งยอพร พระก็ทรงอาภรณ์เหลือหลากเสด็จลงจากสวรรค์ รัศมีพรรณเฮืองฮุ่ง เป็นดั่งหงษ์คำดูลีลาส ก็เสด็จคืนมาคอบเล่าสู่ที่เก่าเมืองคน ปาวิสิ เจ้าก็เข้าไปขวนขวายหาบิณฑบาต ก้อนเข้าอาจเอามา คามณีแลนายบ้านน้อยใหญ่ราชธานี โส มหาเถโร มหาเทพมาลัย แต่ไปเอาเข้าบิณฑบาตนั้นแล้ว อาโรเจสิ ก็บอกข่าวสาส์นอาการพระเมตไตยเจ้าสั่งแก่คนนันเนืองฟังนั้นแล สุตฺวา คนได้ฟังห้าวหื่นยังคำชื่นศัทธา กตฺวา เขาว่าจักกระทำบุญเพื่อจักตายหอมห่อระลึกต่อของทาน คันว่าเสี้ยงสังขารก็จักได้ไปเกิดในวิมานผาสาท เดียระดาษด้วยดอกอุบลบานดูตระการงามสะภาส ในฟากฟ้าตาวตึสา เทวจฺฉรา อันเต็มไปด้วยนางฟ้อน ขับอ่อนอ้อนเอาใจ ตุริยะนันไปทุกสิ่ง สุขหยิ่งล้ำในเมืองสวรรค์ ตสฺส อันว่าดอกนีรุบลมีวรรณะต่างๆ ก็ฮับเอาทุกบาทย่างบ่ไห้คลา ในเมือเทพบุตเที่ยวไปมาทุกแห่ง มุข ตสฺส อันว่าปากแห่งเทพบุตตนนั้นโสด หอมเล้าโลมตลบมาทั่วตาวตึสาทั่วขอบดุจดั่งกลิ่นดอกนีรุบล เทวาอันว่าเทวดาทุกหมู่ก็เสพคันธรส ดอกอุบลอยู่ทุกตน สพฺเพ เทวา เทวดามวลมากดูล้นหลากหลายพลัน เห็นดอกอุบลฮองเฮียงบาท เมื่อหย่างย้ายตีนไป ดูวิสัยพรรณะต่างๆ แห่งเทพบุตร ยามเมื่อเที่ยวไปมาผายแผ่จึ่งกล่าวแก่พระยาอินทร์ สกฺโกอันว่าพระยาอินทร์คันได้ยินคำเทพดาดั่งนั้นก็ซ้ำยินดีมาก จึงถามว่าในเมืองคนได้สร้างบุญกุศลสิ่งใดจึงได้มาเสวยสมบัติในเมืองสวรรค์อันนี้ เทพบุตตนนั้น ได้ยินคำพระยาอินทร์เจ้าฟ้า จึ่งอ่วยหน้าขาบทูลสาส์นว่า อันว่าตนข้านี้โสดได้เกิดในเมืองคน เลี้ยงพ่อแม่ตนข้าก็ทุกข์ยากไฮ้ยิ่งหนักหนา ในเมื่อเทียวไปมาแต่ก่อน เอกทิวสํ ก็ยังมีในวัน 1 ข้าก็ไปสู่สระน้ำที่ 1 เพื่อจักชำระเนื้อตน นหาตฺวา ข้าก็อาบน้ำเสียแล้วด้วยดี ข้าก็เห็นดอกนีรุบล 8 ดอกดีล้ำหยิ่ง ข้าก็เอาแล้วจึ่งไต่ทางมา ผู้ข้าก็เห็นมหาเถรเจ้าตนวิเศษอันระงับยิ่งกิเลสบ่มีติด สุจริตหากสอนดี มีอินทรีสังวรศีลดีในหนทางที่นั้นแล ข้าก็ให้ดอกไม้แก้วเป็นทาน เตน ด้วยบุญกรรมเยื่องนั้น คันผู้ข้าคลาดจากเมืองคนก็จึงได้เอาตนมาเกิดในปราสาทแก้วอันเลิศแล้วด้วยนีรุบลนั้นแลอันว่าดอกนีรุบลก็มาฮองฮับบาทผู้ข้ายัวระยาดลีลาเทียวไปมาทุกแห่ง มม จุกฺขุ ตาแห่งผู้ข้าก็งามดีทั้งคู่เสมอดอกอุบลอยู่แสงใส กายา อันว่าเนื้อตนแห่งผู้ข้า ก็หมอหื่นเสมอดอกนีรุบลนั้นแล เตน เหตุดั่งนั้นบั้นผู้ข้านี้ว่าประเสริฐ ลวดได้เกิดชื่อว่าอุบลนั้นแล สกฺโก พระยาอินทร์ได้ยินคำเพบุตตนนั้นกล่าว ท้าวก็มีใจชื่นชมบาน ก็จึ่งเอาดอกนีรุบลบานแต่เช้าเข้าไปไหว้พระเกษแก้วเจดีย์ โส เทวปุตฺโต เทวบุตตนนั้นอยู่เสวยสมบัติทิพย์ในชั้นฟ้า ชื่อว่าตาวตึสายังผากฎมาในบัดนี้แล เตน วุตฺตํเหตุดั่งนั้นบั้นคาถาอันนี้ อาจารย์เจ้ากล่าวไว้เป็นชาดกว่า ปุน ภาเว สาธโว ดูราสัปปุริสามวลเหลือแหล่ ควรเชื่อแท้ให้ทาน เพิ่งกระทำบุญวิโรจน์บุญนั้นบ่เสียทีเหตุเฮาเกิดในภายบนเถิงสุข ความเป็นทุกข์ก็หาบ่ได้ ทุกข์ยากให้หายเสีย เมตไตยก็ตรัสฮู้บุญอันเฮาได้สร้างบ่ห่อนฮ้างฮามเสีย จักเอาตนข้ามโสด ให้พ้นจากโอฆะสงสาร เถิงนิรพานวิโรจน์ในสำนักพระเจ้าวิเศษตนชื่อว่าเมตไตยบ่คลาดบ่คลานั้นแล จักอุปมาดั่งลือ คือดั่งอุปลาเทวบุตตนได้สร้างกุศลในเมืองคนได้เอาตนมาเกิดในชั้นฟ้าเลิศตาวตึสา ทิพฺเพ ได้เสวยสมบัติทิพย์มาบ่ขาดในภาระชาติสืบสาย ภายลุนก็จักได้เกิดในสำนักพระเมตไตยตนประเสริฐ ได้เมื่อเกิดเป็นพระเลิศในเมืองคน อุปลทานสฺส อันบุญกรรมสืบไว้อันได้ให้ดอกไม้เป็นทาน การณา เหตุ ดั่งนั้นบั้นคนทั้งหลาย ทั้งยิงชายคึดชอบยังประกอบด้วยคำปรารถนาทุกค่ำเช้าอยากถึงสำนักเจ้าชื่อว่า อริยเมตไตย เพิงกระทำกุศลใส่ตนให้มาก ทานสีลาทิกํ ก็ให้ทานหลากนานารักษาศีลอย่าขาด ให้ตั้งโสตะประสาทฟังธรรม สร้างบุญกรรมการยากก็จักได้ผลามากโดยใจได้เห็นพระเมตไตยตนประเสริฐ เมื่อเป็นพระเลิศสงสารนั้นแล โย ปุคฺคโล อันว่าคนผู้ใด อันระลึกในใจทุกคำเช้า ทุกหนุ่มเฒ่ายิงชาย ยํ วจนํ คำอันใดผายแต่เค้า โพธิสัตว์เจ้าสั่งสอนมาจาต่อพระมาลัยพอแพร่งให้แจ้งแห่งสงสาร ก็มีใจชื่นบานล้ำหยิ่ง สร้างกุศลกว้างกระทำทาน ด้วยตำนานคือนิทานท้าวสั่งสู้ด้วนกล่าวเป็นสาส์น ชนา อันว่าชนชมทานฮ้อยโลกฝูงนั้น ลภิสฺสนฺติ ก็จักเถิงโมกขะนีรพาน เป็นสุขสำราญไซ่ซ้า ตั้งช่องหน้าอริยเมตไตย สํสาเร แม่นจักเทียวสงสารหลายส่ำก็บ่ได้ตกต่ำพลอยไกล อริยเมตไตยลงมาจากฟ้า อ่วยหน้าสู่ชมภู ก็จักล่ำหลิ่งดูฝูงสัตว์ทุกหมู่เจ้า จักยกเข้าสู่นีรพานเพิ่งโอยทานไจ้ๆ หากจักได้เอาตนเข้าสู่นีรพานทุกประการก็มีแล มาเลยฺยวณฺณนา นิฏฺฐิตา ก็เสด็จบรบวนควรเท่านี้ก่อนแล ฯ
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2010 เวลา 12:13 น. |