|
ประวัติประเพณีมหาชาติภาคใต้ |
|
|
|
|
เขียนโดย manop
|
|
วันจันทร์ที่ 26 กรกฏาคม 2010 เวลา 18:02 น. |
|
ประเพณีเทศน์มหาชาติภาคใต้

การเทศน์มหาชาติในภาคใต้ปัจจุบันไม่แตกต่างจากภาคกลางมากนัก เรียกว่า “ฟังธรรมมหาชาติ” หรือ ฟังเทศน์มหาชาติเหมือนภาคกลาง ถ้าเป็นงานระดับอำเภอหรือระดับจังหวัดพระที่นิมนต์มาเทศน์มหาชาติจะเป็นพระดัง ๆ ของภาคกลางเป็นส่วนใหญ่
การกำหนดวันเทศน์ เรื่องการกำหนดวันเทศน์มหาชาตินั้น แต่เดิม นิยมจัดขึ้นใน ช่วงเดือน ๖ ขึ้น ๑๓ – ๑๕ค่ำ โดยจัดงานเป็นเวลา ๓ วัน มีลักษณะไม่ต่างจากภาคอื่นๆ แต่ปัจจุบันไม่ได้กำหนดเวลาแน่นอน มักนิยมทำหลังจากเสร็จภารกิจการทำนาเรียบร้อยแล้ว แต่ส่วนมากการกำหนดวัน ทางวัดจะกำหนดโดยจัดให้มีเทศน์มหาชาติในโอกาสที่จะหาเงินบำรุงวัด เช่น หาเงินมาซื้อวัสดุสิ่งก่อสร้างและศาสนสถานต่าง ๆ หรือในโอกาสต่าง ๆ และมักจะจัดพิธีเทศน์มหาชาติขึ้น เพื่อรวบรวมปัจจัยมาใช้ในการก่อสร้าง
การแบ่งกัณฑ์เทศน์ เมื่อถึงกำหนดมีงานเทศน์มหาชาติ ทางวัดจะแจกใบฏีกาไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ เหมือนเอาแรงกัน ผู้ที่มีศรัทธามาก อาจรับกัณฑ์หนึ่งโดยเฉพาะก็ได้ ส่วนมากทางวัดจะแจกใบฏีกากัณฑ์หนึ่งให้หลาย ๆ คน บางวัดก็นิยมจับฉลาก
การเตรียมเครื่องบูชากัณฑ์ หลังจากที่ทราบว่าตนได้กัณฑ์ใดแล้ว ก็จะเตรียมไปจัดหาเครื่องกัณฑ์และรวบรวมจตุปัจจัยไทยทานของตน ที่จะถวายในวันนั้น ภาชนะที่ใส่เครื่องกัณฑ์ ส่วนมากเป็นกระเชอ ทำด้วยขี่ไม้ไผ่ สานเป็นขอบสูงขึ้นมาตบแต่งด้วยกระดาษสีต่าง ๆ ตกแต่งให้ดูสวยงามในกระเชอจะใส่ข่าวสารครึ่งหนึ่ง ส่วนข้างบนใส่เครื่องอุปโภคบริโภค อันควรแก่สมณะ บางครั้งก็ใส่กะชะเป็นภาชนะสานด้วยไม้ไผ่แต่มีขอบเตี้ยใส่ของไทยทานที่จะถวายพระเทศน์ ส่วนทางวัดก็จัดเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ ที่ขาดไม่ได้และเหมือนภาคกลางก็คือ จะใช้ดอกบัวจำนวน ๑,๐๐๐ ดอก เทียน ๑,๐๐๐ เล่ม และอ่างน้ำมนต์ใช้ด้ายสายสิญจน์โยงระหว่างธรรมาสน์เข้าหาอ่างน้ำมนต์ ส่วนเทียนใช้จะบูชาในวันที่มีการเทศน์คาถาพัน อันถือเป็นการวันเริ่มต้นของการเทศน์มหาชาติ
เรื่องการถวายปัจจัยพระเทศน์ ถ้าเป็นพระนักเทศน์ดัง ที่มีชื่อเสียง และเดินทางมาจากสถานที่ไกล ๆ ก็จะถวายมากขึ้นซึ่งทางวัดจะจัดหาเจ้าภาพให้เอง ส่วนมากวัดทั่ว ๆ ไปที่มีเทศน์มหาชาติมักจะนิมนต์พระนักเทศน์จากวัดใกล้ ๆ ที่ถนัดในการเทศน์เฉพาะกัณฑ์นั้น ๆ และพระที่มาเทศน์ก็จะมาเทศน์เพื่อช่วยเหลือวัดโดยไม่รับปัจจัย เหมือนเทศน์เอาแรงกัน และก็จะหมุนเวียนช่วยเหลือกันไปอย่างนี้เป็นต้น
การตกแต่งสถานที่ การตกแต่งสถานที่จะทำกันอย่างสวยงามโดยประดับโรงพิธี เช่น โบสถ์ ศาลาการเปรียญหรือศาลาที่ใช้เป็นสถานที่เทศน์มหาชาติ ประดับด้วยธงทิวต่างๆ ติดรูปภาพพระเวสสันดรทั้ง ๑๓ กัณฑ์ จัดราชวัตรฉัตรธงรอบบริเวณพิธี ตรงที่เป็นทางขึ้นศาลาก็ทำเป็นประตูป่า ปักต้นกล้วยต้นหมาก ประดับธงราวโดยรอบ บางแห่งทำเป็นเขาวงกตให้คนเข้ามาเดินเล่น ให้เหมือนกับที่ประทับของพระเวสสันดรที่เขาวงกต ในป่าหิมพานต์
การเทศน์มหาชาติ การจัดงานทั้ง ๓ วันนั้นเริ่มจากวันแรกมีการเทศน์อานิสงส์ต่าง ๆ รวมทั้งเทศน์เรื่องพระมาลัยด้วย ซึ่งอาจจะมีการเทศน์ธรรมาสน์เดียว หรือสองสามธรรมาสน์แล้วแต่ความสะดวกของทางวัด วันที่สอง จะเทศน์สหัสคาถา หรือคาถาพันเป็นทำนองปักษ์ใต้ มักนิยมให้เจ้าอาวาสเป็นผู้เทศน์ หรือไม่ก็เป็นพระผู้ใหญ่ที่ชาวบ้านละแวกนั้นนับถือ ในการเทศน์มหาชาติของภาคใต้นี้มีทั้งที่ใช้ทำนองเทศน์ (แหล่) เป็นภาษาถิ่นใต้ แต่บางกัณฑ์ก็ใช้ภาษาภาคกลาง แต่สำเนียงและทำนองยังเป็นภาษาถิ่นใต้ นอกจากนี้ยังนิยมมีการแสดงประกอบ หรือที่เรียกว่า “มหาชาติทรงเครื่อง” ซึ่งปัจจุบันเรียกเทศน์มหาชาติแบบนี้ว่าเทศน์มหาชาติประยุกค์ มีเทศน์เหมือนกันทุกภาคประยุกค์แบบ 2-3 ธรรมาสน์มีตัวแสดงประกอบด้วยแล้วแต่พระเทศน์ท่านต้องการ พระนักเทศน์มักอ้างว่าจะได้ไม่เสียเวลาคนฟังก็สนุกด้วย ส่วนเวลาที่จัดเทศน์ก็เลือกเอาตามที่พระนักเทศน์ท่านว่าง เทศกาลต่าง ๆ ที่เคยมีแต่เดิมท่านไม่คำนึงถึงขอให้ท่านว่างเป็นใช้ได้ วัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ที่เคยทำกันมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายก็ถูกทำลายด้วยน้ำมือพระนักเทศน์มหาชาติชื่อดังนี้เอง มีการศึกษาว่าเรื่องนี้เป็นเหตุให้ประเพณีเทศน์มหาชาติเสื่อมไปโดยที่พระนักเทศน์ก็ไม่รู้ตัว เพราะผลที่ได้วัดจัดเทศน์มหาชาติแล้วไม่มีเงินเหลือเข้าวัดเลย ลิเกเอาไปหมด
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2010 เวลา 20:21 น. |