รวมเสียงแหล่ของพระเหลื่อม
เสียงแหล่ให้ทานช้าง
เสียงแหล่ชูชกขอสองกุมาร
เสียงแหล่สามัคคี
การแหล่ของพระอาจารย์เหลื่อม ปญฺญาพโล วัดโบสถ์ จังหวัดอุทับธานี ถือเป็นต้นแบบในการใช้เสียง การใช้เสียงอย่างมีคุณภาพ การแต่งเสียงให้ไพเราะกว่าเสียงปกติ การเอื้อนเสียงตอนขึ้นแหล่ การเอื้อนเสียงเชื้อมข้อความในการแหล่ การเอื้อนเสียงตอนจบแหล่ ล้วนแต่เป็นเสียงที่มีคุณภาพและไพเราะอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีการเอื้อนเสียงสั้นเอื้อนเสียงยาวที่น่าฟังอีกด้วย วิธีเอื้อนเสียงของท่าน โดยเวลาเอื้อนท่านใช้เสียงตรงออกจากลำคอ เป็นเสียง “เออ” ถ้าจะใช้เสียงออกทางนาสิกหรือใช้ทรวงอกประกอบบ้างก็ใช้แต่ในกรณีที่จำเป็นตามลักษณะชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น นอกจากนี้ท่านยังมีเทคนิคอีกมากมายในการแหล่ เช่นการเปล่งเสียง ท่านเปล่งเสียงออกมาจากลำคอ จากทรวงอก จากท้อง และจากนาสิก ท่านเปล่งเสียงได้ถูกต้องเต็มเสียงอย่างสม่ำเสมอและรักษาระดับเสียงได้อย่างคงที่ รู้จักการเน้นเสียง รู้จักการโยนเสียง รู้จักการใช้เสียงหนัก เสียงเบา รู้จักการใช้หางเสียง รู้จักการเหินเสียงรู้จักการโหนเสียง รู้จักคำว่าการทิ้งเสียง รูจักคำว่าบีบเสียง รู้จักคำว่าหยุดเล็กหยุดใหญ่ รู้จักคำว่าทำนอง รู้จักการใช้จังหวะ
ถ้าฟังพระอาจารย์เหลื่อมแหล่อย่างตั้งใจ จะเห็นท่านพระอาจารย์เหลื่อม ท่านแยกทำนองแหล่ได้อย่างชัดเจน เช่น การแหล่พรทำนองหนึ่ง แหล่พาทำนองหนึ่ง แหล่นิทานชาดกทำนองหนึ่ง แหล่แกะก็อีกทำนองหนึ่ง ตอนท่านมีชีวิตอยู่เคยได้คุยกับท่าน ท่านเล่าให้ฟังว่าการจะเป็นนักเทศน์ต้องจำทำนองแหล่ให้ได้มาก ๆ อย่าสับสน ท่านเล่าว่านักเทศน์มีมากมายแต่ไม่มีคนรู้จัก ส่วนมากเป็นเพราะว่าแหล่เป็นแต่ทำนองอ่าน ไม่มีความสามารถในการแหล่จริง ๆ เรียกว่ากี่แหล่ ๆ ก็หยิบขึ้นมาอ่านแหล่ได้อยู่ทำนองเดียวแยกไม่ออกว่าแหล่ไหนเป็นทำนองแหล่พร แบบไหนเป็นทำนองแหล่พา หรือแบบไหนเป็นทำนองแกะ ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับโยมผู้ฟังได้ การแยกแหล่ของพระอาจารย์เหลื่อมมาไว้ต่างหากนี้เพื่อต้องการให้เป็นกรณีศึกษาโดยเฉพาะ
แหล่ได้ยอดเยี่ยม